แจกสูตร! ตะโก้สาคูอัญชันมะพร้าวอ่อน ต้นตำรับกับเมนูขนมไทยยอดฮิต โดย ขนมแม่บัวบาน

แจกความอร่อยระดับต้นตำรับกับเมนูขนมไทยยอดฮิตที่เคี่ยวน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ ผสานสาคูแบบไทยๆ กลิ่นหอมอัญชัน และราดหน้ากะทิเข้มข้นนุ่มละมุนลิ้น
ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่มาร่วมชมการสาธิตทำขนมไทยกับ ขนมแม่บัวบาน เมนูตะโก้สาคูอัญชันมะพร้าวอ่อน ถือเป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยจุดเด่นของเม็ดสาคูเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นน้ำมะพร้าวน้ำหอมธรรมชาติ และความกลมกล่อมของหน้ากะทิเค็มหวานกำลังดี วันนี้เรานำสูตรฉบับเต็มและเทคนิคการทำขายมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้นำไปสร้างสรรค์ความอร่อยต่อที่บ้านหรือทำขายสร้างรายได้

ศิลปะแห่งรสชาติและการเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพ
เสน่ห์ของตะโก้สาคูอัญชันอยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ การเลือกใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้เป็นฐานในการต้มสาคูช่วยชูรสสัมผัสให้หวานกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งแต่งกลิ่นสังเคราะห์ ในขณะที่การเตรียมสีอัญชันธรรมชาติช่วยสร้างสีสันประณีตงดงาม ส่วนกะทิราดหน้าที่เนียนละเอียดไม่เป็นเม็ด เกิดจากการคุมอุณหภูมิความร้อนและสัดส่วนของแป้งข้าวเจ้าอย่างแม่นยำ

สูตรการทำ ตะโก้สาคูอัญชันมะพร้าวอ่อน (Butterfly Pea Sago)
ตารางสัดส่วนส่วนผสมมาตรฐานฉบับขนมแม่บัวบาน
ส่วนที่ 1 อัตราส่วนผสมตัวตะโก้สาคู
| รายการวัตถุดิบตัวตะโก้ | ปริมาณสุทธิ |
| สาคูสีขาวเม็ดเล็ก | 200 กรัม |
| น้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ | 1000 มิลลิลิตร |
| น้ำตาลทราย | 200 กรัม |
| เกลือป่น | 1/4 ช้อนชา |
| เนื้อมะพร้าวอ่อน | 200 กรัม |
| น้ำอัญชันเข้มข้น | 100 มิลลิลิตร |
ส่วนที่ 2 อัตราส่วนผสมกะทิราดหน้า
| รายการวัตถุดิบหน้ากะทิ | ปริมาณสุทธิ |
| หัวกะทิ | 800 มิลลิลิตร |
| แป้งข้าวเจ้า | 50 กรัม |
| น้ำตาลทราย | 50 กรัม |
| เกลือป่น | 1 ช้อนชา |
ขั้นตอนและวิธีการทำอย่างละเอียด

1.ขั้นตอนการเตรียมน้ำอัญชัน ทำการต้มน้ำเปล่ากับดอกอัญชันสดหรือแห้งจนได้สีเข้ม จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำอัญชันพักไว้ หากต้องการเปลี่ยนเป็นโทนสีม่วงอ่อน ให้หยดน้ำมะนาวลงไปเพียง 2 ถึง 3 หยดหลังจากยกลงจากเตา
2.ขั้นตอนการทำตัวตะโก้สาคู เริ่มจากต้มน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ในหม้อจนเดือดจัด จากนั้นใส่สาคูสีขาวเม็ดเล็กลงไป คอยคนอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกเพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสาคูติดก้นหม้อ ต้มจนเม็ดสาคูเริ่มใสและเหลือไตสีขาวเล็กน้อยตรงกลาง
3. เติมน้ำอัญชันเข้มข้นลงไป แล้วคนให้สีน้ำอัญชันกระจายตัวทั่วเนื้อสาคูอย่างสม่ำเสมอ
4. เติมน้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนต่อจนกระทั่งผลึกน้ำตาลและเกลือละลายหมด
5. ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป แล้วคนผสมอย่างเบามือต่ออีกประมาณ 1 นาทีเพื่อให้เนื้อมะพร้าวเข้ากันดีกับสาคู
6. ตักตัวตะโก้สาคูขณะร้อนใส่ลงในกระทงใบตองหรือถ้วยประมาณ 2 ใน 3 ของถ้วย จากนั้นพักไว้ให้ตัวสาคูเซ็ตตัว
7. ขั้นตอนการทำหน้ากะทิ ผสมหัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในภาชนะ คนให้แป้งและน้ำตาลละลายเข้ากันดี แล้วนำไปกรองด้วยกระชอน 1 รอบเพื่อให้เนื้อกะทิเนียนเรียบ
8. นำส่วนผสมกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนส่วนผสมตลอดเวลาเพื่อไม่ให้จับตัวเป็นก้อน เมื่อส่วนผสมเริ่มข้นและเดือดเบาๆ นานประมาณ 1 นาที ให้ปิดไฟทันที
9. ขั้นตอนการประกอบขนม นำหน้ากะทิที่ยังอุ่นอยู่มาราดลงบนตัวตะโก้สาคูที่เย็นตัวแล้ว พักไว้จนกระทั่งหน้ากะทิเซ็ตตัวสวยงาม พร้อมจัดเสิร์ฟทันที หรือนำไปแช่เย็นประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความอร่อยสดชื่น

เทคนิคสำคัญประจำสูตร
อย่าใส่น้ำตาลทรายก่อนที่เม็ดสาคูจะเกือบสุก เพราะน้ำตาลจะไปรัดเม็ดสาคูทำให้สุกช้าและแข็งกระด้าง การคนสาคูอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกช่วยป้องกันไม่ให้สาคูก้อนจับตัวกัน หน้ากะทิต้องกวนด้วยไฟอ่อนตลอดเวลาเพื่อให้เนื้อสัมผัสเนียนไม่แยกชั้น สำหรับผู้ที่ต้องการทำขายเชิงพาณิชย์ ควรเลือกใช้น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวอ่อนสดใหม่ รวมถึงเก็บรักษาด้วยการแช่เย็นตลอดเวลา จะสามารถคงความสดอร่อยไว้ได้นานประมาณ 2 ถึง 3 วัน



