แชร์

สีส้มที่ไม่เคยจาง ลืมเค้กชาไทยแบบเดิมไปได้เลย! เจาะลึก "เค้กชาไทยทองหยอดไข่ปลา" เมนูฟิวชันสุดปังที่กำลังไวรัลบนหน้าฟีด

อัพเดทล่าสุด: 29 มิ.ย. 2026
142 ผู้เข้าชม

ส่องสูตรเด็ด "เค้กชาไทยทองหยอดไข่ปลา" เมนูฟิวชันสุดปังที่กำลังไวรัล ชวนยกระดับรสชาติไทยด้วยสัมผัสคอนทราสต์ที่ลงตัว พร้อมแจกสูตรทำขายสร้างรายได้ที่นี่!

เมื่ออัตลักษณ์รสชาติไทยถูกยกระดับด้วยมิติทางสายตา สัมผัสที่ตัดกัน และคุณค่าทางวัฒนธรรม

หากไถ่หน้าฟีดโซเชียลมีเดีย 2-3 วันนี้ จะพบว่ามีสีหนึ่งที่ไม่เคยหายไปตามกระแสนิยม นั่นคือสีส้มอมน้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ของชาไทย จากอดีตที่เคยอยู่ในแก้วพลาสติกริมทาง วันนี้ชาไทยก้าวขึ้นมาอยู่บนหน้าเค้กเลเยอร์และเค้กถ้วยสไตล์คาเฟ่พรีเมียม ปาดด้วยซอสครีมชาไทยเนียนนุ่มเยิ้มฉ่ำ และตัดมิติทางสายตาด้วย "ทองหยอดไข่ปลา" เม็ดจิ๋วสีส้มทองเข้มที่โรยตกแต่งไว้ตรงกลางอย่างอัดแน่นราวกับคริสตัลหรือคาเวียร์ นี่คือภาพสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความลงตัวระหว่างทัศนียภาพที่สวยงามและรสชาติที่ยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน

ชาไทยในฐานะอัตลักษณ์แห่งรสชาติที่ไม่มีวันตาย

ในมุมมองของนักการตลาดอาหาร รสชาติเซฟโซน (Safe Flavors) ที่ครองใจตลาดไทยมาโดยตลอดประกอบด้วย มะพร้าว ใบเตย และชาไทย ทว่าชาไทยมีความพิเศษที่เหนือกว่าด้วยมิติทางประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วมของคนในสังคม รสชาติอันทรงพลังนี้เกิดจากการเบลนด์ชาฝอยสีแดงผ่านการคั่ว ผสานความนุ่มนวลจากนมข้นหวานและนมระเหย ให้รสสัมผัสที่หวาน หอม ครีมมี มีความฝาดเล็กน้อยจากสารแทนนิน และทิ้งกลิ่นรสตกค้างในปากยาวนาน เมื่อนำมาแปรรูปเป็นเค้กถ้วยพร้อมทาน มันจึงไม่ใช่แค่การทำขนม แต่เป็นการดึงความทรงจำร่วมมาแต่งตัวใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย

องค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์และมิติทางเนื้อสัมผัส

การผสมผสานขนาดที่แตกต่างกันของขนมไทยโบราณในเมนูนี้ ถือเป็นความชาญฉลาดในการออกแบบโครงสร้างอาหารที่ตอบโจทย์ประสาทสัมผัสรอบด้าน

  • ทองหยอดไข่ปลา นวัตกรรมสัมผัสที่ตัดกัน การใช้ทองหยอดขนาดไข่ปลา (เม็ดจิ๋วพิเศษ) ช่วยสร้างมิติทางสายตาที่แปลกใหม่ เป็นการนำขนมมงคลอายุเก่าแก่กว่า 400 ปีมาตีความใหม่ในบริบทสากล
  • ประสบการณ์ความอร่อยในรูปแบบคอนทราสต์ ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Contrast Texture การเคี้ยวเนื้อเค้กนุ่ม ๆ คลุกเคล้ากับซอสชาไทยลาวา และได้สัมผัสความหนึบหนับของทองหยอดไข่ปลาเม็ดเล็กที่แตกตัวในปาก จะช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการรับประทานและสร้างความ Luxury ให้จานอาหาร
  • แรงขับเคลื่อนทางพฤติกรรมผู้บริโภค ข้อมูลสถิติชี้ว่าปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคกว่าร้อยละ 65 ทั่วโลก มองหาอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นแบบยกระดับ เค้กชิ้นนี้จึงตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแปลกใหม่เพื่อถ่ายภาพลงโซเชียล และกลุ่มผู้บริโภคที่โหยหาโครงสร้างรสชาติดั้งเดิมที่มีคุณภาพ

สูตรการทำ เค้กชาไทยทองหยอดไข่ปลา (รูปแบบถ้วย)

สูตรมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการและโฮมเบเกอรี่ รูปแบบถ้วยพร้อมขาย สำหรับทำเค้กถ้วยขนาดมาตรฐานได้ประมาณ 12 ถึง 15 ถ้วย

ส่วนที่ 1 ตัวเค้กชิฟฟอนชาไทย (Thai Tea Chiffon Sponge)

วัตถุดิบตัวเค้ก ปริมาณที่ใช้
แป้งเค้ก 180 กรัม
ผงชาไทยชนิดเข้มข้น 20 กรัม
น้ำตาลทราย แบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน 160 กรัม
ไข่ไก่ขนาดกลาง แยกไข่ขาวและไข่แดง 4 ฟอง
เนยสดรสจืด ละลาย 80 กรัม
นมข้นจืด 60 มิลลิลิตร
นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
น้ำมันพืช 40 มิลลิลิตร
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
ครีมออฟทาร์ทาร์ สำหรับใส่ในไข่ขาว 1/4 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำตัวเนื้อเค้ก

1. เปิดเตาอบเพื่ออุ่นไฟที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส โดยใช้ระบบไฟบนและไฟล่าง ไม่เปิดพัดลม จากนั้นเตรียมถ้วยอบทนความร้อน วางเรียงบนถาดอบให้เรียบร้อย
2. ทำการร่อนแป้งเค้ก ผงชาไทย และผงฟูเข้าด้วยกันประมาณสองรอบเพื่อความเนียนละเอียดแล้วพักไว้
3. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทรายส่วนแรกจำนวน 80 กรัมจนเนื้อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนและมีความฟู จากนั้นเติมเนยละลาย น้ำมันพืช นมข้นจืด และนมข้นหวานลงไป คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
4. ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงในส่วนผสมไข่แดง โดยใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ด้วยเทคนิคการโฟลด์จนเข้ากันดี ห้ามตีนานเพราะจะทำให้เนื้อเค้กเหนียว
5. ในอ่างผสมอีกใบ ตีไข่ขาวรวมกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเริ่มเป็นฟองละเอียด ค่อยๆ ทยอยใส่น้ำตาลทรายส่วนที่เหลืออีก 80 กรัม ตีต่อไปจนกระทั่งไข่ขาวตั้งยอดอ่อน
6. ตักแบ่งเนื้อไข่ขาวประมาณหนึ่งส่วนสามลงไปผสมกับส่วนของไข่แดงเพื่อปรับความหนาแน่น จากนั้นจึงใส่ไข่ขาวส่วนที่เหลือทั้งหมดลงไป ตะล่อมอย่างเบามือและรวดเร็ว
7. ตักหรือบีบลงในถ้วยที่เตรียมไว้ประมาณครึ่งถ้วย เคาะก้นถ้วยเบาๆ นำเข้าอบเป็นเวลา 18 ถึง 20 นาที เมื่อผิวหน้าเค้กสุกฟูทองและสปริงตัวดี นำออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท

ส่วนที่ 2 ซอสครีมลาวาชาไทย (Thai Tea Lava Cream Sauce)

วัตถุดิบตัวซอสราดหน้า ปริมาณที่ใช้
วิปปิ้งครีมชนิดเหลว 200 มิลลิลิตร
นมข้นจืด 150 มิลลิลิตร
น้ำชาไทยคั้นเข้มข้น 100 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 60 กรัม
แป้งกวนไส้ หรือแป้งข้าวโพด 15 กรัม
เนยสดรสจืด หั่นก้อนเล็ก 30 กรัม

ขั้นตอนการทำซอสราดหน้า

8. นำวิปปิ้งครีม นมข้นจืด น้ำชาไทยเข้มข้น น้ำตาลทราย และแป้งกวนไส้ใส่ลงในหม้อ คนผสมให้แป้งละลายดีไม่เป็นก้อนก่อนนำขึ้นตั้งไฟ
9. ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง ใช้ตะกร้อมือคนตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้ก้นหม้อไหม้ กวนจนกระทั่งส่วนผสมเริ่มข้นเหนียวและเดือดเป็นปุดเล็กน้อย
10. ปิดไฟทันที ยกลงจากเตาแล้วใส่เนยสดรสจืดลงไป คนให้เนยละลายเข้ากันจนหมด ซอสจะมีความเงางาม พักไว้ให้อุ่นลงเล็กน้อยก่อนนำไปราด

ส่วนที่ 3 เทคนิคการเตรียมทองหยอดไข่ปลา

วัตถุดิบทำทองหยอดไข่ปลา ปริมาณที่ใช้
ไข่แดงของไข่เป็ด คัดสีเข้มสด 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 250 กรัม
น้ำสะอาด 150 มิลลิลิตร
ใบเตยสด 2 ใบ

ขั้นตอนการทำทองหยอดไข่ปลา (เม็ดจิ๋ว)

11. ต้มน้ำสะอาดกับน้ำตาลทรายและใบเตยจนน้ำตาลละลายกลายเป็นน้ำเชื่อมข้น โดยควบคุมให้อุณหภูมิน้ำเชื่อมอยู่ระหว่าง 105 ถึง 110 องศาเซลเซียส
12. นำไข่แดงของไข่เป็ดมากรองผ่านกระชอนตาถี่จำนวนสองรอบ เพื่อกำจัดเยื่อหุ้มและเส้นใยไข่ทำให้เนื้อเนียนละเอียดสม่ำเสมอ
13. บรรจุไข่แดงลงในถุงบีบที่ตัดปลายแหลมขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ หรือใช้ปลายนิ้วชี้แตะไข่แดงแล้วสลัดสะบัดลงในน้ำเชื่อมเดือดเบาๆ เพื่อให้ได้เม็ดกลมจิ๋วขนาดเท่าเม็ดไข่ปลาสม่ำเสมอ
14. เมื่อผิวทองหยอดไข่ปลาสุกตึงตัวดี ให้รีบใช้กระชอนตาถี่ช้อนขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เนื้อแข็งกระด้าง จากนั้นนำไปพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำเชื่อมและเย็นสนิทก่อนนำไปใช้งาน

ส่วนที่ 4 การประกอบลงถ้วยและการจัดเสิร์ฟ

15. นำถ้วยเค้กชิฟฟอนที่เย็นตัวดีแล้วมาจัดเรียงบนโต๊ะ
16. ตักซอสลาวาชาไทยที่ยังอุ่นอยู่ราดลงไปบนหน้าเค้กให้ท่วมผิวหน้าและเต็มพื้นที่ขอบถ้วย ปรับแต่งให้ผิวเรียบเนียนเนี๊ยบสวยงาม
17. นำทองหยอดไข่ปลาเม็ดจิ๋วที่เตรียมไว้มาโรยลงตรงกลางหน้าเค้กในปริมาณที่แน่นพูนพอดี เพื่อสร้างลวดลายและเทกเจอร์ที่โดดเด่นน่ารับประทาน
18. ปิดฝาถ้วยให้สนิท ติดสติกเกอร์โลโก้ร้านค้าตรงกลางฝาปิดเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม
19. นำเข้าแช่จัดเก็บในตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวเค้กและซอสเซตตัวผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบก่อนส่งตรงถึงมือลูกค้า

เทคนิคเชิงลึกจากเชฟเพื่อการควบคุมคุณภาพสินค้า

การทำทองหยอดไข่ปลาสำหรับเมนูเค้กถ้วยราดซอส สิ่งสำคัญคือต้องคุมไม่ให้เม็ดทองหยอดอมน้ำเชื่อมมากเกินไปจนแฉะเยิ้ม เพราะเมื่อนำไปวางบนซอสชาไทย น้ำเชื่อมส่วนเกินอาจจะละลายออกมาทำให้หน้าซอสแยกชั้นแยกตัวได้ ควรพักสะเด็ดน้ำเชื่อมให้แห้งหมาดดีก่อนนำมาโรยหน้าขนม

สร้างสรรค์ความอร่อยไปกับหยกอินเตอร์เทรด

การทำขนมคือการบอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ และวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ หยกอินเตอร์เทรดพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยผงชาไทยคั่วสูตรเข้มข้น แป้งเค้กเนื้อละเอียด แป้งกวนไส้คุณภาพ ทอดหยอดไข่ขปลาสำเร็จรูป และบรรจุภัณฑ์ถ้วยเค้กหลากหลายรูปแบบ เข้าชมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ร้านหยกอินเตอร์เทรดทุกสาขา หรือผ่านระบบออนไลน์ www.yokintertrade.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมขนมไร้น้ำตาลมักแบนและแห้งกระด้าง? เปิดความลับวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้ขนมคลีนของคุณ "อร่อยฟู"
ในปัจจุบันที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าเทรนด์การลดหรือหลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายกลายมาเป็นโจทย์ใหญ่ในใจของใครหลายคน
1 มิ.ย. 2026
อร่อยแบบไม่รู้สึกผิด! มัดรวมไอเดียปรับสูตรเบเกอรี่ฮีลใจ ได้ทั้งสุขภาพกายและรสชาติที่ใช่
ในโลกของการทำเบเกอรี่ คำว่า "ขนมแสนอร่อย" มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกผิดของคนรักสุขภาพอยู่เสมอ เพราะส่วนใหญ่แล้วเบเกอรี่แสนอร่อยมักจะอุดมไปด้วยแป้งขัดขาว น้ำตาล และไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่สูง
1 มิ.ย. 2026
สูตรขนมปังจ๊อกก้าเบรด
สูตรขนมปังโจ๊กก้าเบรด จาก Cottage Farm รสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่ม เปลือกกรอบ เหมาะสำหรับร้านเบเกอรี่และคาเฟ่
27 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้