แชร์

เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหารพันปี ผ่านมหากาพย์ Odyssey และขนมหวานชื่อ Plakous

อัพเดทล่าสุด: 20 ก.ค. 2026
271 ผู้เข้าชม

ทำไมในมหากาพย์กรีกถึงไม่มี “เค้ก”?

     หากใครได้ชมภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey ผลงานกำกับของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่พามหากาพย์อายุกว่า 2,800 ปี กลับมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง คงจำภาพความวิจิตรของฉากงานเลี้ยงในพระราชวังอิธาก้าได้ดี ภาพของเหยือกไวน์ที่รินไม่รู้จบ กลิ่นหอมของเนื้อย่าง และเหล่าชายผู้มาสู่ขอเพเนโลพีที่กินดื่มกันอย่างฟุ่มเฟือย

     ทว่าหากลองละสายตาจากความโกลาหล แล้วจ้องมองไปที่โต๊ะอาหารเหล่านั้นอย่างตั้งใจ เราจะเห็นว่า ไม่มีใครในเรื่องหยิบ “เค้ก” ขึ้นมาฉลองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่ใช่เพราะโฮเมอร์ไม่ชอบของหวาน แต่เป็นเพราะมันไม่เคยมีในบทกวี ในโลกเมื่อสามพันปีที่แล้ว สิ่งที่เราเรียกว่า ‘เค้ก’ ยังไม่เคยถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ

ขนมปังที่ไม่เหมือนขนมปัง

     ในมหากาพย์ Odyssey โฮเมอร์มักใช้คำว่า Sitos เพื่อเรียกรวมๆ ถึงอาหารหลักหรือธัญพืช ขนมปังในความทรงจำของชาวกรีกโบราณไม่ได้นุ่มฟู ม้วนเป็นก้อนสวย หรือหอมกลิ่นเนยอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

     ผู้คนยุคนั้นกินสิ่งที่เรียกว่า “มาซา” (Maza) เป็นอาหารประทังชีวิต มันคือแป้งข้าวบาร์เลย์คั่วที่นำมาบด นวดผสมกับน้ำหรือน้ำมันมะกอกจนเหนียวพอจะปั้นได้ ไม่ต้องหมักให้ฟู ไม่ต้องผ่านเตาอบ และกินได้ทันที มันคือรสชาติของความเรียบง่าย เป็นอาหารของชาวนา ทหาร และผู้คนธรรมดา

     ส่วนขนมปังทำจากแป้งข้าวสาลีเนื้อดีนั้น เป็นของขวัญอันหรูหราที่มีไว้สำหรับกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะข้าวสาลีในยุคนั้นปลูกยาก และต้องใช้ความปราณีตในการทำอย่างยิ่ง

ของหวานที่หายไป

     ทำไมกรีกโบราณถึงไม่มีเค้ก? คำตอบ คือ พวกเขาขาดวัตถุดิบสำคัญสามอย่างที่เค้กสมัยใหม่ขาดไม่ได้ คือ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ เนย และผงฟู ส่วนน้ำตาลอ้อยต้องเดินทางข้ามกาลเวลาอีกหลายร้อยปี ผ่านเส้นทางสายไหมกว่าจะมาถึงเมดิเตอร์เรเนียนในยุคกลาง ขณะที่ผงฟู ตัวการที่ทำให้แป้งโปร่งเบาและนุ่มฟู เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 นี้เอง

แต่ความหลงใหลในรสหวานเป็นธรรมชาติติดตัวมนุษย์ เมื่อไม่มีเค้ก ชาวกรีกจึงรังสรรค์ของหวานในแบบฉบับของตนเองขึ้นมา และตั้งชื่อมันว่า “พลาคุส” (Plakous)


Plakous คืออะไร?  

     คำว่า Plakous ในภาษากรีก แปลว่า "แบน" มันไม่ใช่เค้กเนื้อนุ่ม แต่คือขนมหวานที่ทำจากแผ่นแป้งสาลีเนื้อละเอียด นำมาร้อยเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ สอดไส้ด้วยชีสนมแพะ นม ถั่วบด และผลไม้แห้ง นำไปอบจนสุก แล้วราดด้วยน้ำผึ้งฉ่ำวาว รสชาติของมันคือความสมดุลระหว่างความมันนุ่มของชีส ความกรอบของแป้ง และความหวานนวลที่ได้จากน้ำผึ้งธรรมชาติ

    พลาคุสไม่ได้เป็นแค่ของหวานตบท้ายมื้ออาหาร แต่เป็นตัวแทนของความมั่งคั่งและจิตวิญญาณ ในงานเลี้ยงเอเธนส์ยุคโบราณ หากปราศจากพลาคุส งานเลี้ยงนั้นก็แทบจะไม่สมบูรณ์ และมักถูกใช้เป็นของถวายแด่เทพเจ้า

     ความอร่อยของพลาคุสเดินทางผ่านเวลา ภาษา และพรมแดน จากกรีกเข้าสู่อาณาจักรโรมันจนถูกเรียกว่า “พลาเซนตา” (Placenta) ซึ่ง Cato the Elder ได้จดสูตรการทำอย่างประณีตไว้ในตำราโบราณ

     นักประวัติศาสตร์อาหารกล่าวว่า พลาคุสคือจุดเริ่มต้น ก่อนที่วิวัฒนาการอาหารจะพาแป้ง ชีส และน้ำผึ้ง แยกสายออกจากกันกลายเป็น บากลาวา (Baklava), ทิโรปิตา (Tiropita) ตลอดจนเครปแผ่นบางอย่าง Palatschinke ในยุโรปตะวันออก

      แม้ในปัจจุบัน บนเกาะเลสบอส (Lesbos) เกาะเล็กๆ ในประเทศกรีซ ชาวบ้านก็ยังคงใช้คำว่า Plakous เรียกขนมสไตล์บากลาวาแผ่นบางราดน้ำผึ้ง เป็นการสืบทอดรสมือและชื่อเรียกขานนั้นมานานนับพันปีโดยไม่ขาดสาย

     เมื่อเรามองกลับไปที่ฉากงานเลี้ยงในภาพยนตร์ The Odyssey เราจึงเริ่มเข้าใจว่า อาหารบนโต๊ะกินดื่มของชาวกรีกโบราณไม่ได้เป็นเพียงแค่อิ่มท้อง แต่คือภาษาทางสังคมที่บอกเล่าสถานะ ชนชั้น และความอำนาจของผู้คนในยุคนั้น ขนมปังข้าวสาลีเนื้อดีและพลาคุสฉ่ำน้ำผึ้ง จึงเป็นสัญลักษณ์ของความฝันอันหรูหราที่น้อยคนจะได้สัมผัส

สามพันปีผ่านไป โลกเปลี่ยนผ่านไปไกลเกินกว่าที่โฮเมอร์จะจินตนาการถึง

     เนย น้ำตาล ผงฟู และแป้งสาลี วัตถุดิบที่ครั้งหนึ่งเคยหายากและเป็นของหรูหราสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม ตอนนี้กลายเป็นสิ่งธรรมดาที่มีติดครัวอยู่แทบทุกบ้าน เรื่องราวของ Plakous จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่คือผลลัพธ์ของการเดินทางยาวนานนับพันปี และในวันนี้เพียงแค่เดินไปซื้อวัตถุดิบ วอร์มเตาอบ เราก็สามารถทำขนมกินเองได้ง่ายๆ ไม่ยากเหมือนพันปีที่แล้ว

 

แหล่งอ้างอิง (References): Homer's The Odyssey; Cato the Elder, De Agri Cultura; Athenaeus, Deipnosophistae; Andrew Dalby, Siren Feasts; Patrick Faas, Around the Roman Table; Harold McGee, On Food and Cooking; The Oxford Companion to Food; Historical Italian Cooking. (n.d.). Ancient Roman Placenta Honey Cheesecake. Retrieved from historicalitaliancooking.home.blog


บทความที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังช็อกโกแลตไทยที่ใช้เวลา 30 ปีสร้างเมล็ดพันธุ์ เรื่องราวของ MarkRin Chocolate
เรื่องราวของ MarkRin ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือบทพิสูจน์ความเชื่อว่า "โกโก้ไทยมีดีไม่แพ้ใคร" โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในครัวหลังบ้าน และเติบโตผ่านการลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน จากการนำผลโกโก้มาคั่วและบดเองจนพบเอกลักษณ์เฉพาะตัว
24 มิ.ย. 2026
สู้ชีวิต แต่ดันโดนชีวิตสู้กลับ เปิดสาเหตุทำไมโกโก้ยุคนี้ถึงแพงหูฉี่ และเราจะได้กินช็อกโกแลตแท้น้อยลงจริงไหม?
ใครบ้างจะไม่หลงรักรสชาติอันเข้มข้น หอมละมุน และเนียนนุ่มของช็อกโกแลต? ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแท่งแบรนด์โปรด หรือเมนูเบเกอรี่สุดพรีเมียม ช็อกโกแลตคือหนึ่งในวัตถุดิบและของหวานที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
1 มิ.ย. 2026
สรุปเทรนด์อาหาร Mintel 2026 เมนูแบบไหนที่จะขายดีในยุคนี้?
สถาบันวิจัยตลาดระดับโลกอย่าง Mintel ได้ประกาศรายงานทิศทางอนาคต 2026 Global Food & Drink Predictions ชี้ให้เห็นว่า คีย์เวิร์ดแห่งปีคือ "Perseverance" หรือความพยายามที่จะยืนหยัดและก้าวผ่านอุปสรรค
2 มิ.ย. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้