แชร์

แจกสูตร! Thai Tea Biscoff & Mango Sticky Rice Donut เชฟโต้ง (Puratos Thailand)

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ค. 2026
197 ผู้เข้าชม
จบลงไปอย่างประทับใจกับงานสาธิตเมนูโดนัทสุดครีเอทีฟ! Thai Tea Biscoff & Mango Sticky Rice Donut โดย เชฟโต้ง (Puratos Thailand) x หยกอินเตอร์เทรด เมนูนี้หลายคนอาจมองว่าการทำโดนัทฟิวชันกลิ่นอายไทยๆ เป็นแค่การจับรสชาติไทยมาใส่ แต่ เชฟโต้ง ชี้ให้เห็นว่า หัวใจที่แท้จริงคือ "การเข้าใจโครงสร้างและเทคนิค" เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสเสริมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
การทำโดนัทให้มีกลิ่นอายของขนมไทย ไม่ใช่แค่การใส่รสชาติไทยลงไป แต่คือการเข้าใจโครงสร้างของทั้งสองสิ่ง จนหาจุดที่มันเสริมกันได้จริง
 
นี่คือสิ่งที่ทำให้การพัฒนาสูตรเบเกอรี่แนวครีเอทีฟเป็นเรื่องของความเข้าใจเชิงเทคนิคพอ ๆ กับความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่การเลือกแป้งที่ให้เนื้อสัมผัสถูกต้อง การควบคุมอุณหภูมิโดว์ไม่ให้ยีสต์ทำงานเร็วหรือช้าเกินไป ไปจนถึงการคำนวณสัดส่วนไส้และครีมให้รสชาติไทยที่เข้มข้นอยู่แล้วอย่างข้าวเหนียวมูนหรือชาไทย ไม่กลบรสของตัวโดนัทเอง วันนี้เชฟโต้ง จะพาเรามาดูสองสูตรที่เป็นตัวอย่างของแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด


สูตรที่ 1 โดนัทข้าวเหนียวมะม่วง (Mango Sticky Rice Donut)
 


     ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานที่ผูกติดกับฤดูกาล ต้องรอมะม่วงสุกหวานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ความพิเศษของโดนัทข้าวเหนียวมะม่วงจึงไม่ใช่แค่การย่อรสชาตินี้ลงในโดนัท แต่คือการทำให้ของหวานตามฤดูกาลกลายเป็นเมนูที่หาทานได้ตลอดทั้งปี ด้วยการแยกองค์ประกอบออกมาสร้างใหม่ทีละชั้น

     ตัวโดนัทใช้ผงฟักทองญี่ปุ่นผสมในแป้ง ให้สีเหลืองทองตามธรรมชาติและกลิ่นหอมมันเบา ๆ ที่ไม่แย่งซีนมะม่วง ไส้ด้านในเป็นคัสตาร์ดข้าวเหนียวมูนแท้ ๆ ที่ผ่านการผสมกะทิสองรอบเพื่อให้ได้ความมันละมุนแบบข้าวเหนียวมูนจริง ก่อนตกแต่งหน้าด้วยวิปครีมกะทิเนื้อเบา และมะม่วงสุกหั่นเต๋าที่ยังคงเป็นพระเอกของจานอยู่เสมอ

สูตรโดนัทข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วนผสมตัวโดนัท

  • แป้งทำโดนัทสำเร็จรูป (Tegral Soft'r Donut) 500 กรัม
  • ผงฟักทองญี่ปุ่น 25 กรัม
  • ยีสต์ผง 10 กรัม
  • ไข่ไก่ 50 กรัม
  • น้ำเย็น (5-10°C) 150 กรัม
  • เนยชนิดจืด 50 กรัม
ส่วนผสมสำหรับตกแต่ง
  • น้ำตาลไอซิ่ง
  • มะม่วงสุก
  • Harmony Sublimo
  • ดอกไม้และใบไม้สำหรับรับประทานได้
ไส้คัสตาร์ดข้าวเหนียวมูน
  • ครีมคัสตาร์ดสำเร็จรูป (Cremyvit Classic) 100 กรัม
  • กะทิ (1) 200 กรัม
  • นมสด รสจืด 50 กรัม
  • ข้าวเหนียวมูน 150 กรัม
  • กะทิ (2) 50 กรัม
  • Chantypak Whippable Topping 75 กรัม
วิปครีมกะทิ
  • Ambiante Whippable Topping 400 กรัม
  • กะทิ 150 กรัม
  • เกลือป่น เล็กน้อย


วิธีทำ
1. ผสมแป้งทำโดนัทสำเร็จรูป ผงฟักทองญี่ปุ่น ยีสต์ผง ไข่ไก่ และน้ำเย็น ลงในโถผสม
2. ผสมด้วยความเร็วต่ำ 3 นาที และความเร็วปานกลางประมาณ 5 นาที ตามด้วยเนยชนิดจืด จนโดว์มีอุณหภูมิประมาณ 26-28 องศาเซลเซียส
3. พักโดว์ที่ผสมได้แล้วประมาณ 20 นาที ในกล่องที่มีฝาปิด ตัดน้ำหนักชิ้นละประมาณ 50 กรัม คลึงกลม พักไว้อีกประมาณ 10 นาที จึงกดให้แบนเล็กน้อย จากนั้นวางลงบนกระดาษไข เรียงใส่ถาด ทำจนหมด
4. นำเข้าตู้หมัก ที่อุณหภูมิประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส และความชื้น 60% เวลาประมาณ 60-90 นาที เมื่อครบเวลา นำออกมาพักที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที เพื่อให้ผิวโดว์แห้งเล็กน้อย
5. ทอดด้วยเนยขาวสำหรับทอดโดนัท ที่อุณหภูมิประมาณ 150-160 องศาเซลเซียส ด้านละประมาณ 3-4 นาที
6. นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม จัดเสิร์ฟ

เคล็ดลับ: เพื่อรสชาติที่หอมมัน แนะนำเสิร์ฟโดนัทที่อุณหภูมิห้อง จะได้สัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติกลมกล่อมที่สุด

     จุดที่ต้องระวังที่สุดในสูตรนี้คือการหมักโดว์ให้ได้อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม เพราะแป้งที่ผสมผงฟักทองมีแนวโน้มดูดความชื้นต่างจากแป้งโดนัทปกติเล็กน้อย การพักโดว์ในตู้หมักที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ จึงเป็นตัวตัดสินว่าจะได้เนื้อโดนัทที่ฟูเบาสม่ำเสมอหรือไม่

 
สูตรที่ 2 โดนัทชาไทยบิสคอฟครันช์ (Thai Tea Biscoff)


     ถ้าข้าวเหนียวมะม่วงคือรสชาติแห่งฤดูกาล ชาไทยก็คือรสชาติที่อยู่กับคนไทยทุกวัน ความท้าทายของการทำโดนัทชาไทยจึงอยู่ตรงข้ามกับสูตรแรกโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่การดึงรสให้เด่นขึ้น แต่คือการควบคุมความเข้มข้นของกลิ่นชาไทยที่ค่อนข้างจัดจ้านอยู่แล้ว ไม่ให้กลายเป็นรสขมหรือฝาดเมื่อผ่านความร้อนจากการทอด

    สูตรนี้แก้โจทย์ด้วยการใส่ผงชาไทยลงในตัวแป้งโดนัทโดยตรงในปริมาณที่คำนวณมาแล้ว ก่อนเสริมความเข้มข้นอีกชั้นด้วยคัสตาร์ดชาไทยแท้ที่ชงจากน้ำชาไทยจริงผสมมาสคาร์โพนชีสให้เนื้อครีมมีความมันเนียนขึ้น ปิดท้ายด้วยวิปครีมชีสรสละมุนที่ช่วยตัดความเข้มของชาไทย และคุกกี้บิสคอฟบดกรอบที่ให้พื้นผิวและรสคาราเมลมาช่วยส่งเสน่ห์อีกชั้นหนึ่ง



สูตรโดนัทชาไทยบิสคอฟครันช์

ส่วนผสมตัวโดนัท

  • แป้งทำโดนัทสำเร็จรูป (Tegral Soft'r Donut) 500 กรัม
  • ผงชาไทย 10 กรัม
  • ยีสต์ผง 10 กรัม
  • ไข่ไก่ 50 กรัม
  • น้ำเย็น (5-10°C) 150 กรัม
  • เนยชนิดจืด 50 กรัม
ส่วนผสมสำหรับตกแต่ง
  • Coverliq Thai Tea Coating
  • คุกกี้บิสคอฟ
  • น้ำตาลไอซิ่ง
คัสตาร์ดชาไทย
  • ครีมคัสตาร์ดสำเร็จรูป (Cremyvit Classic) 100 กรัม
  • น้ำชาไทย 250 กรัม
  • วนิลา 5 กรัม
  • มาสคาร์โพนชีส 80 กรัม
  • Chantypak Whippable Topping 200 กรัม
  • Festipak Whippable Topping 50 กรัม
วิปครีมชีส
  • Ambiante Whippable Topping 250 กรัม
  • ครีมชีส 125 กรัม
  • นมสด เล็กน้อย
  • เกลือป่น เล็กน้อย


วิธีทำ

1. ผสมแป้งทำโดนัทสำเร็จรูป ผงชาไทย ยีสต์ผง ไข่ไก่ และน้ำเย็น ลงในโถผสม
2. ผสมด้วยความเร็วต่ำ 3 นาที และความเร็วปานกลางประมาณ 5 นาที ตามด้วยเนยชนิดจืด จนได้อุณหภูมิประมาณ 26-28°C
3. พักโดว์ที่ผสมได้แล้วประมาณ 20 นาที ในกล่องที่มีฝาปิด ตัดน้ำหนักชิ้นละประมาณ 50 กรัม คลึงกลม พักไว้อีกประมาณ 10 นาที จึงกดให้แบนเล็กน้อย จากนั้นวางลงบนกระดาษไข เรียงใส่ถาด ทำจนหมด
4. นำเข้าตู้หมัก ที่อุณหภูมิประมาณ 36-38°C และความชื้น 60% เวลาประมาณ 60-90 นาที เมื่อครบเวลา นำออกมาพักที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที เพื่อให้ผิวโดว์แห้งเล็กน้อย
5. ทอดด้วยเนยขาวสำหรับทอดโดนัท ที่อุณหภูมิประมาณ 150-160°C ด้านละประมาณ 3-4 นาที
6. นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม จัดเสิร์ฟ

เคล็ดลับ: ควรใช้มะม่วงสุกหวาน (พันธุ์น้ำดอกไม้หรืออกร่อง) หากใช้เป็นท็อปปิ้งเสริม และควรพักโดนัทให้ผิวแห้งเล็กน้อยก่อนทอด จะช่วยให้ไม่อมน้ำมัน

   

     รสชาติที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด บางครั้งก็เป็นรสที่ควบคุมยากที่สุด เพราะทุกคนมีมาตรฐานของตัวเองอยู่ในใจ ข้อดีของสูตรนี้ในเชิงปฏิบัติ คือ ความยืดหยุ่นสำหรับคนทำขนมที่บ้าน เพราะตัวเคลือบและครีมสามารถแช่แข็งเก็บไว้ล่วงหน้าได้ ทำให้เหมาะกับการเตรียมงานอีเวนต์หรือออกร้านที่ต้องการปริมาณมากในเวลาจำกัด

     สิ่งที่ทั้งสองสูตรสอนเราเกี่ยวกับการต่อยอดขนมไทย เมื่อมองสองสูตรนี้ จะเห็นแนวคิดร่วมที่น่าสนใจ นั่นคือการต่อยอดขนมไทยให้อยู่ในบริบทใหม่ไม่ได้อยู่ที่การใส่รสชาติไทยลงไปเยอะที่สุด แต่อยู่ที่การเข้าใจว่าองค์ประกอบไหนของขนมดั้งเดิมคือ "หัวใจ" ที่ต้องรักษาไว้ และองค์ประกอบไหนที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้เข้ากับโครงสร้างใหม่

     สำหรับคนทำขนมที่บ้านหรือกำลังคิดต่อยอดเมนูร้าน สามารถนำไปใช้ได้กับของหวานไทยอื่น ๆ อีกมาก กุญแจสำคัญ คือ การทดลองอย่างเป็นระบบ และเข้าใจวัตถุดิบแต่ละชนิดภายใต้ความร้อนและความชื้นที่ต่างกัน

หมายเหตุ: สัดส่วนวัตถุดิบและระยะเวลาที่ระบุในบทความนี้อ้างอิงจากมาตรฐานสูตรของผู้พัฒนา ควรทดลองทำในเตาและอุปกรณ์ของตนเองก่อนนำไปผลิตจริงจัง เนื่องจากอุณหภูมิ ความชื้น แต่ละสถานที่มีความแตกต่างกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรสแมรี่ ซีซอลท์ ฟอกาเซีย ดีไลท์ (Rosemary Sea Salt Focaccia Delight)
ขนมปังฟอกาเซียสไตล์อิตาเลียนคลาสสิก ผิวนอกกรอบหอม อบอวลด้วยกลิ่นอายของโรสแมรี่สดและเกลือทะเล เหมาะสำหรับทำแซนด์วิชหรือทานคู่กับซุป
สูตรขนมชั้นอัญชัน เนื้อเหนียวนุ่ม สีสวยธรรมชาติ ทำง่ายได้ที่บ้าน
แจกสูตรโบราณยอดฮิต "ขนมชั้นอัญชัน" ขนมไทยมงคลที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ หอมกลิ่นกะทิและมะลิอ่อนๆ สูตรนี้ปรับมาให้ทำง่ายในถาดขนาด 8x8 นิ้ว ได้ขนมชั้นสวยงามถึง 6 ชั้น สีฟ้าจากดอกอัญชันธรรมชาติ 100% ใครที่ชอบทานขนมชั้นที่ลอกออกได้เป็นแผ่นๆ ไม่ติดกัน ต้องลองสูตรนี้เลย
สูตรคัพเค้กอัญชัน เนื้อนุ่มฟูละมุนลิ้น แต่งหน้าครีมบัตเตอร์สีฟ้าสวยหวาน
มาลองทำเมนูเบเกอรี่ที่ทั้งสวยและอร่อยกับ "คัพเค้กอัญชัน" สปันจ์เค้กเนื้อนุ่มฟู กลิ่นหอมวานิลลาอ่อนๆ ตัดกับความหวานมันของครีมบัตเตอร์สีฟ้าพาสเทลที่บีบเป็นทรงดอกไม้สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นของขวัญ ขนมจัดเบรก หรือทำขายสร้างรายได้เสริม รับรองว่าสูตรนี้เนื้อเค้กนุ่มนานแน่นอน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้