แชร์

แจกสูตร! Thai Tea Biscoff & Mango Sticky Rice Donut เชฟโต้ง (Puratos Thailand)

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ค. 2026
199 ผู้เข้าชม
จบลงไปอย่างประทับใจกับงานสาธิตเมนูโดนัทสุดครีเอทีฟ! Thai Tea Biscoff & Mango Sticky Rice Donut โดย เชฟโต้ง (Puratos Thailand) x หยกอินเตอร์เทรด เมนูนี้หลายคนอาจมองว่าการทำโดนัทฟิวชันกลิ่นอายไทยๆ เป็นแค่การจับรสชาติไทยมาใส่ แต่ เชฟโต้ง ชี้ให้เห็นว่า หัวใจที่แท้จริงคือ "การเข้าใจโครงสร้างและเทคนิค" เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสเสริมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
การทำโดนัทให้มีกลิ่นอายของขนมไทย ไม่ใช่แค่การใส่รสชาติไทยลงไป แต่คือการเข้าใจโครงสร้างของทั้งสองสิ่ง จนหาจุดที่มันเสริมกันได้จริง
 
นี่คือสิ่งที่ทำให้การพัฒนาสูตรเบเกอรี่แนวครีเอทีฟเป็นเรื่องของความเข้าใจเชิงเทคนิคพอ ๆ กับความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่การเลือกแป้งที่ให้เนื้อสัมผัสถูกต้อง การควบคุมอุณหภูมิโดว์ไม่ให้ยีสต์ทำงานเร็วหรือช้าเกินไป ไปจนถึงการคำนวณสัดส่วนไส้และครีมให้รสชาติไทยที่เข้มข้นอยู่แล้วอย่างข้าวเหนียวมูนหรือชาไทย ไม่กลบรสของตัวโดนัทเอง วันนี้เชฟโต้ง จะพาเรามาดูสองสูตรที่เป็นตัวอย่างของแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด


สูตรที่ 1 โดนัทข้าวเหนียวมะม่วง (Mango Sticky Rice Donut)
 


     ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานที่ผูกติดกับฤดูกาล ต้องรอมะม่วงสุกหวานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ความพิเศษของโดนัทข้าวเหนียวมะม่วงจึงไม่ใช่แค่การย่อรสชาตินี้ลงในโดนัท แต่คือการทำให้ของหวานตามฤดูกาลกลายเป็นเมนูที่หาทานได้ตลอดทั้งปี ด้วยการแยกองค์ประกอบออกมาสร้างใหม่ทีละชั้น

     ตัวโดนัทใช้ผงฟักทองญี่ปุ่นผสมในแป้ง ให้สีเหลืองทองตามธรรมชาติและกลิ่นหอมมันเบา ๆ ที่ไม่แย่งซีนมะม่วง ไส้ด้านในเป็นคัสตาร์ดข้าวเหนียวมูนแท้ ๆ ที่ผ่านการผสมกะทิสองรอบเพื่อให้ได้ความมันละมุนแบบข้าวเหนียวมูนจริง ก่อนตกแต่งหน้าด้วยวิปครีมกะทิเนื้อเบา และมะม่วงสุกหั่นเต๋าที่ยังคงเป็นพระเอกของจานอยู่เสมอ

สูตรโดนัทข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วนผสมตัวโดนัท

  • แป้งทำโดนัทสำเร็จรูป (Tegral Soft'r Donut) 500 กรัม
  • ผงฟักทองญี่ปุ่น 25 กรัม
  • ยีสต์ผง 10 กรัม
  • ไข่ไก่ 50 กรัม
  • น้ำเย็น (5-10°C) 150 กรัม
  • เนยชนิดจืด 50 กรัม
ส่วนผสมสำหรับตกแต่ง
  • น้ำตาลไอซิ่ง
  • มะม่วงสุก
  • Harmony Sublimo
  • ดอกไม้และใบไม้สำหรับรับประทานได้
ไส้คัสตาร์ดข้าวเหนียวมูน
  • ครีมคัสตาร์ดสำเร็จรูป (Cremyvit Classic) 100 กรัม
  • กะทิ (1) 200 กรัม
  • นมสด รสจืด 50 กรัม
  • ข้าวเหนียวมูน 150 กรัม
  • กะทิ (2) 50 กรัม
  • Chantypak Whippable Topping 75 กรัม
วิปครีมกะทิ
  • Ambiante Whippable Topping 400 กรัม
  • กะทิ 150 กรัม
  • เกลือป่น เล็กน้อย


วิธีทำ
1. ผสมแป้งทำโดนัทสำเร็จรูป ผงฟักทองญี่ปุ่น ยีสต์ผง ไข่ไก่ และน้ำเย็น ลงในโถผสม
2. ผสมด้วยความเร็วต่ำ 3 นาที และความเร็วปานกลางประมาณ 5 นาที ตามด้วยเนยชนิดจืด จนโดว์มีอุณหภูมิประมาณ 26-28 องศาเซลเซียส
3. พักโดว์ที่ผสมได้แล้วประมาณ 20 นาที ในกล่องที่มีฝาปิด ตัดน้ำหนักชิ้นละประมาณ 50 กรัม คลึงกลม พักไว้อีกประมาณ 10 นาที จึงกดให้แบนเล็กน้อย จากนั้นวางลงบนกระดาษไข เรียงใส่ถาด ทำจนหมด
4. นำเข้าตู้หมัก ที่อุณหภูมิประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส และความชื้น 60% เวลาประมาณ 60-90 นาที เมื่อครบเวลา นำออกมาพักที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที เพื่อให้ผิวโดว์แห้งเล็กน้อย
5. ทอดด้วยเนยขาวสำหรับทอดโดนัท ที่อุณหภูมิประมาณ 150-160 องศาเซลเซียส ด้านละประมาณ 3-4 นาที
6. นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม จัดเสิร์ฟ

เคล็ดลับ: เพื่อรสชาติที่หอมมัน แนะนำเสิร์ฟโดนัทที่อุณหภูมิห้อง จะได้สัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติกลมกล่อมที่สุด

     จุดที่ต้องระวังที่สุดในสูตรนี้คือการหมักโดว์ให้ได้อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม เพราะแป้งที่ผสมผงฟักทองมีแนวโน้มดูดความชื้นต่างจากแป้งโดนัทปกติเล็กน้อย การพักโดว์ในตู้หมักที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ จึงเป็นตัวตัดสินว่าจะได้เนื้อโดนัทที่ฟูเบาสม่ำเสมอหรือไม่

 
สูตรที่ 2 โดนัทชาไทยบิสคอฟครันช์ (Thai Tea Biscoff)


     ถ้าข้าวเหนียวมะม่วงคือรสชาติแห่งฤดูกาล ชาไทยก็คือรสชาติที่อยู่กับคนไทยทุกวัน ความท้าทายของการทำโดนัทชาไทยจึงอยู่ตรงข้ามกับสูตรแรกโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่การดึงรสให้เด่นขึ้น แต่คือการควบคุมความเข้มข้นของกลิ่นชาไทยที่ค่อนข้างจัดจ้านอยู่แล้ว ไม่ให้กลายเป็นรสขมหรือฝาดเมื่อผ่านความร้อนจากการทอด

    สูตรนี้แก้โจทย์ด้วยการใส่ผงชาไทยลงในตัวแป้งโดนัทโดยตรงในปริมาณที่คำนวณมาแล้ว ก่อนเสริมความเข้มข้นอีกชั้นด้วยคัสตาร์ดชาไทยแท้ที่ชงจากน้ำชาไทยจริงผสมมาสคาร์โพนชีสให้เนื้อครีมมีความมันเนียนขึ้น ปิดท้ายด้วยวิปครีมชีสรสละมุนที่ช่วยตัดความเข้มของชาไทย และคุกกี้บิสคอฟบดกรอบที่ให้พื้นผิวและรสคาราเมลมาช่วยส่งเสน่ห์อีกชั้นหนึ่ง



สูตรโดนัทชาไทยบิสคอฟครันช์

ส่วนผสมตัวโดนัท

  • แป้งทำโดนัทสำเร็จรูป (Tegral Soft'r Donut) 500 กรัม
  • ผงชาไทย 10 กรัม
  • ยีสต์ผง 10 กรัม
  • ไข่ไก่ 50 กรัม
  • น้ำเย็น (5-10°C) 150 กรัม
  • เนยชนิดจืด 50 กรัม
ส่วนผสมสำหรับตกแต่ง
  • Coverliq Thai Tea Coating
  • คุกกี้บิสคอฟ
  • น้ำตาลไอซิ่ง
คัสตาร์ดชาไทย
  • ครีมคัสตาร์ดสำเร็จรูป (Cremyvit Classic) 100 กรัม
  • น้ำชาไทย 250 กรัม
  • วนิลา 5 กรัม
  • มาสคาร์โพนชีส 80 กรัม
  • Chantypak Whippable Topping 200 กรัม
  • Festipak Whippable Topping 50 กรัม
วิปครีมชีส
  • Ambiante Whippable Topping 250 กรัม
  • ครีมชีส 125 กรัม
  • นมสด เล็กน้อย
  • เกลือป่น เล็กน้อย


วิธีทำ

1. ผสมแป้งทำโดนัทสำเร็จรูป ผงชาไทย ยีสต์ผง ไข่ไก่ และน้ำเย็น ลงในโถผสม
2. ผสมด้วยความเร็วต่ำ 3 นาที และความเร็วปานกลางประมาณ 5 นาที ตามด้วยเนยชนิดจืด จนได้อุณหภูมิประมาณ 26-28°C
3. พักโดว์ที่ผสมได้แล้วประมาณ 20 นาที ในกล่องที่มีฝาปิด ตัดน้ำหนักชิ้นละประมาณ 50 กรัม คลึงกลม พักไว้อีกประมาณ 10 นาที จึงกดให้แบนเล็กน้อย จากนั้นวางลงบนกระดาษไข เรียงใส่ถาด ทำจนหมด
4. นำเข้าตู้หมัก ที่อุณหภูมิประมาณ 36-38°C และความชื้น 60% เวลาประมาณ 60-90 นาที เมื่อครบเวลา นำออกมาพักที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที เพื่อให้ผิวโดว์แห้งเล็กน้อย
5. ทอดด้วยเนยขาวสำหรับทอดโดนัท ที่อุณหภูมิประมาณ 150-160°C ด้านละประมาณ 3-4 นาที
6. นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม จัดเสิร์ฟ

เคล็ดลับ: ควรใช้มะม่วงสุกหวาน (พันธุ์น้ำดอกไม้หรืออกร่อง) หากใช้เป็นท็อปปิ้งเสริม และควรพักโดนัทให้ผิวแห้งเล็กน้อยก่อนทอด จะช่วยให้ไม่อมน้ำมัน

   

     รสชาติที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด บางครั้งก็เป็นรสที่ควบคุมยากที่สุด เพราะทุกคนมีมาตรฐานของตัวเองอยู่ในใจ ข้อดีของสูตรนี้ในเชิงปฏิบัติ คือ ความยืดหยุ่นสำหรับคนทำขนมที่บ้าน เพราะตัวเคลือบและครีมสามารถแช่แข็งเก็บไว้ล่วงหน้าได้ ทำให้เหมาะกับการเตรียมงานอีเวนต์หรือออกร้านที่ต้องการปริมาณมากในเวลาจำกัด

     สิ่งที่ทั้งสองสูตรสอนเราเกี่ยวกับการต่อยอดขนมไทย เมื่อมองสองสูตรนี้ จะเห็นแนวคิดร่วมที่น่าสนใจ นั่นคือการต่อยอดขนมไทยให้อยู่ในบริบทใหม่ไม่ได้อยู่ที่การใส่รสชาติไทยลงไปเยอะที่สุด แต่อยู่ที่การเข้าใจว่าองค์ประกอบไหนของขนมดั้งเดิมคือ "หัวใจ" ที่ต้องรักษาไว้ และองค์ประกอบไหนที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้เข้ากับโครงสร้างใหม่

     สำหรับคนทำขนมที่บ้านหรือกำลังคิดต่อยอดเมนูร้าน สามารถนำไปใช้ได้กับของหวานไทยอื่น ๆ อีกมาก กุญแจสำคัญ คือ การทดลองอย่างเป็นระบบ และเข้าใจวัตถุดิบแต่ละชนิดภายใต้ความร้อนและความชื้นที่ต่างกัน

หมายเหตุ: สัดส่วนวัตถุดิบและระยะเวลาที่ระบุในบทความนี้อ้างอิงจากมาตรฐานสูตรของผู้พัฒนา ควรทดลองทำในเตาและอุปกรณ์ของตนเองก่อนนำไปผลิตจริงจัง เนื่องจากอุณหภูมิ ความชื้น แต่ละสถานที่มีความแตกต่างกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
แจกสูตร นามะโดนัทฟักทองน้ำผึ้ง โดย เชฟโจ (Chef Joe's Bakeshop)
ยกระดับเมนูโดนัทธรรมดาให้กลายเป็นระดับพรีเมียมด้วย นามะโดนัทฟักทองน้ำผึ้ง เมนูที่ผสมผสานความหวานมันของฟักทองญี่ปุ่นเข้ากับความหอมละมุนของน้ำผึ้งดอกไม้ป่าแท้จากภาคเหนือ โดนัทสูตรนี้มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสพิเศษที่เก็บไว้ข้ามวันหรือนำไปแช่เย็นก็ยังนุ่มเด้ง ไม่แข็งกระด้าง
สูตรบัวลอยแก้วอัญชันมะพร้าวอ่อน แป้งหนึบใส สีสวยธรรมชาติ หอมละมุนกะทิสด
ชวนทำเมนูขนมไทยดับร้อนรสชาติกลมกล่อม "บัวลอยแก้วอัญชันมะพร้าวอ่อน" โดดเด่นด้วยตัวแป้งบัวลอยแก้วที่ทำจากแป้งมัน ให้สัมผัสเหนียวหนึบหนับ เคี้ยวสนุก ผสานกับสีฟ้าครามจากน้ำดอกอัญชันธรรมชาติ ราดด้วยน้ำกะทิสดผสมน้ำมะพร้าวอ่อนรสชาติหวานมันเค็มกำลังดี พร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อนเคี้ยวเพลิน ทำทานเองก็ง่าย ทำขายก็กำไรดีแน่นอน
แจกสูตร  3 เมนูโกโก้ 3 สไตล์ ยกระดับเมนูเครื่องดื่มที่ร้านด้วยการจับคู่สุดพรีเมียม “ผงโกโก้ทิวลิป x ไซรัปโมลเล่”
เมื่อความเข้มข้นขั้นสุดของ ผงโกโก้ทิวลิป (Tulip) แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่บาริสต้าและผู้ประกอบการไว้วางใจ มาผสานพลังความอร่อยกับความหอมละมุนระดับพรีเมียมของ โมลเล่ พรีเมียมไซรัป (Mollé) รังสรรค์ออกมาเป็นไอเดียเครื่องดื่มภายใต้แนวคิด “Level up your cocoa experience” พบกับ 3 เมนูโกโก้ 3 สไตล์ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ถือเป็นสูตรเด็ดทำง่ายที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างเอกลักษณ์ให้เมนูในร้านของคุณได้อย่างแน่นอน!
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้