แชร์

จากไวรัล "ช็อกโกแลตดูไบ" สู่คัมภีร์ครีเอทเมนูใหม่ เล่นกับ Texture อย่างไรให้ลูกค้าติดใจ

noimageauthor Marketing Specialist
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ค. 2026
89 ผู้เข้าชม

จากไวรัล ช็อกโกแลตดูไบ สู่คัมภีร์ครีเอทเมนูใหม่ เล่นกับเนิ้อสัมผัส อย่างไรให้ลูกค้าติดใจ

ถอดรหัสความปังระดับสากลเพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสของช็อกโกแลตดูไบได้สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการอาหารและขนมหวานไปทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยความน่าสนใจคือกระแสนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ได้ข้ามไลน์เข้าไปซึมลึกอยู่ในหมวดหมู่สินค้าต่างๆ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ไอศกรีม ไปจนถึงเมนูเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารในปัจจุบัน วันนี้หยกอินเตอร์เทรดได้สรุปวิเคราะห์บทเรียนและคีย์เวิร์ดสำคัญจากรายงานระดับโลก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการในไทยสามารถคว้าโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปครับ

ความคุ้นเคยดั้งเดิมในรูปลักษณ์ใหม่ที่คาดไม่ถึง

     หนึ่งในสูตรสำเร็จสำคัญของช็อกโกแลตดูไบคือการสร้างสมดุลระหว่างความแปลกใหม่ที่หรูหรากับความคุ้นเคยที่โหยหา แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกและการผสมผสานจะดูแปลกตาสำหรับผู้บริโภคนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่รสชาติหลักที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างพิสตาชิโอกลับเป็นรสชาติคลาสสิกที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับและคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน

     บทเรียนสำคัญสำหรับแบรนด์คือ ผู้บริโภคยุคใหม่ยังคงมองหาความอุ่นใจจากรสชาติแห่งความทรงจำหรือรสชาติย้อนวันวาน การนำรสชาติดั้งเดิมที่ผู้คนเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในอดีตมาปรับโฉมใหม่หรือเสริมประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัสที่คาดไม่ถึง จะช่วยลดกำแพงในการเปิดใจชิมของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

ขนมหวานหลอมรวมเนื้อสัมผัสเบเกอรี่

     ความสำเร็จของเมนูนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความแตกต่างทางประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างความนุ่มละมุนข้นครีมของไส้ เข้ากับความกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ของเส้นคูนาฟ่า ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในวัฒนธรรมขนมอบตะวันออกกลาง การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่สินค้ากลุ่มเบเกอรี่และกลุ่มขนมหวานหลอมรวมเข้าหากันเพื่อสร้างมิติใหม่ทางเนื้อสัมผัส

     เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของแบรนด์ระดับพรีเมียมในยุโรป เช่น แบรนด์เก่าแก่สไตล์อิตาเลียนอย่าง Tartuflanghe ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลรสชาติใหม่ ซึ่งหยิบยกเอาวัฒนธรรมการประกบคุกกี้เฮเซลนัทดั้งเดิมมาแปรรูปเป็นขนมหวานชิ้นสลับชั้น แสดงให้เห็นว่าการนำความกรอบหรือกลิ่นอายของเบเกอรี่มาใส่ในเนื้อขนมหวานคือทิศทางที่สร้างความพรีเมียมได้อย่างดี

 

     จับตาเทรนด์ถัดไป วัตถุดิบ รสชาติ และสีสันที่จะมาแรง มัทฉะ และ มันม่วง คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เนื่องจากมีเฉดสีที่สดใสสวยงามเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในกลุ่มเมนูเครื่องดื่มและขนมหวาน ใบเตย อีกหนึ่งกลิ่นอายรสชาติเอเชียที่กำลังได้รับความสนใจและขยายตัวในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง เฉดสีฟ้าและน้ำเงิน จะเป็นสีสันที่สร้างความตื่นเต้นในอุตสาหกรรมอาหารอย่างมาก หลังจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาได้ขยายขอบเขตการอนุมัติให้ใช้สารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่าเป็นสารให้สีธรรมชาติในอาหารทุกประเภทได้อย่างเป็นทางการ

 

จิตวิทยาแห่งสีสันเพื่อการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง

     การนำเฉดสีใหม่ๆ ที่ผ่านการอนุมัติโดยหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกมาใช้เปิดประตูสู่การสร้างกลยุทธ์เล่าเรื่องให้กับแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างสูตรดั้งเดิม สีสันมีอิทธิพลโดยตรงต่อจิตใต้สำนึกและการรับรู้ของผู้บริโภค

  • สีแดง มีผลในทางจิตวิทยาช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและความรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสื่อสารเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับผลิตภัณฑ์อย่างมีชีวิตชีวา
  • สีม่วง มักถูกเชื่อมโยงกับความลึกลับ จินตนาการเหนือจริง หรือแนวคิดแฟนตาซีอันน่าค้นหา

     การเลือกปรับใช้สีสันที่แปลกใหม่แต่มาจากธรรมชาติ เช่น แนวคิดผลิตภัณฑ์กล้วยสีฟ้าดั้งเดิมจากฮาวายของแบรนด์ Royal Fassin ในเนเธอร์แลนด์ แสดงให้เห็นว่าสีสันสามารถยกระดับรสชาติธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจบนโลกออนไลน์และหน้าร้านได้อย่างประสบความสำเร็จ

เทรนด์การเดินทางผ่านรสชาติและวัฒนธรรม

     ช็อกโกแลตดูไบคือตัวอย่างที่ชัดเจนของเทรนด์การเปิดรับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่างผ่านการรับประทานอาหาร แบรนด์สามารถนำบทเรียนนี้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นของแท้ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์และอัตลักษณ์ เช่น การใช้โทนสีเขียวตัดฟอยล์ทองพรีเมียม และการเลือกใช้ศิลปะตัวอักษรที่ได้กลิ่นอายอารับโบราณเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจ

ก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดอนาคต

     ผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ภายใต้สองแรงขับเคลื่อนหลัก คือความต้องการเปิดรับประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้น ควบคู่ไปกับการมองหารสชาติที่มอบความอบอุ่นใจ แบรนด์ที่สามารถผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวและพัฒนาเนื้อสัมผัสอย่างมีเอกลักษณ์ จะเป็นผู้ชนะในตลาดแข่งขันยุคถัดไปได้อย่างแน่นอน

  • Innova Market Insights. (2026). Colors & Flavors Drawing Inspiration from Dubai Chocolate Global Report. Published May 20, 2026.
  • U.S. Food and Drug Administration (FDA). (2026). Listing of Color Additives Exempt from Certification; Spirulina Extract; Final Rule. Code of Federal Regulations, Title 21.
  • Spence, C. (2015). On the psychological impact of food colour. Flavour, 4(1), 21.

บทความที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังช็อกโกแลตไทยที่ใช้เวลา 30 ปีสร้างเมล็ดพันธุ์ เรื่องราวของ MarkRin Chocolate
เรื่องราวของ MarkRin ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือบทพิสูจน์ความเชื่อว่า "โกโก้ไทยมีดีไม่แพ้ใคร" โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในครัวหลังบ้าน และเติบโตผ่านการลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน จากการนำผลโกโก้มาคั่วและบดเองจนพบเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เจาะอินไซต์คนรุ่นใหม่ เมื่อเมนู "กิน-ดื่ม" ต้องทำหน้าที่มากกว่าให้อิ่ม แต่ต้อง "เยียวยาจิตใจ"
ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดันรอบด้าน "สุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์" (Mental Wellbeing) ได้กลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่
อร่อยแบบไม่รู้สึกผิด! มัดรวมไอเดียปรับสูตรเบเกอรี่ฮีลใจ ได้ทั้งสุขภาพกายและรสชาติที่ใช่
ในโลกของการทำเบเกอรี่ คำว่า "ขนมแสนอร่อย" มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกผิดของคนรักสุขภาพอยู่เสมอ เพราะส่วนใหญ่แล้วเบเกอรี่แสนอร่อยมักจะอุดมไปด้วยแป้งขัดขาว น้ำตาล และไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่สูง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้